การแนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance)
การแนะแนวอาชีพ
เป็นกระบวนการเพื่อส่งเสริมให้บุคคลตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพได้ตรงกับความถนัด
ความสนใจ บุคลิกภาพ และทักษะ ของตนเอง
และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
การบริการแนะแนวอาชีพของกรมการจัดหางาน
คือการให้ข้อมูล
การแนะแนว แนะนำ หรือ บริการให้คำปรึกษา
ซึ่งดำเนินการโดยกรมการจัดหางานจะให้บริการในเรื่อง ต่าง ๆ
ดังนี้
ข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงาน
ข้อมูลอาชีพ
แนวทางในการตัดสินใจเลือกอาชีพ
การให้คำปรึกษาด้านอาชีพผู้อยู่ในกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการใช้บริการ
สามารถติดต่อได้ที่สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10
และผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด
ศูนย์ข้อมูลอาชีพ

หลักการสำคัญของการแนะแนวอาชีพ การแนะแนวอาชีพมีหลักการว่า
หากบุคคลใดได้ศึกษาหรือทำงานที่ตรงกับความถนัด ความ สนใจ
และอุปนิสัยใจคอแล้ว เขาย่อมมีความสุขและ
สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการที่ต้องปฏิบัติงานในสิ่งที่ไม่ชอบ
ไม่ถนัด หรือไม่เหมาะสมกับอุปนิสัยของตน ดังนั้น ในการแนะแนวอาชีพ
จึงต้องคำนึงถึงหลักการสำคัญดังต่อไปนี้
คือ
1) การแนะแนวอาชีพ
เป็นการพัฒนาคนให้มีความสามารถ และมีโอกาสใช้ ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่
ในการผลิตงานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม
และทำให้บุคคลนั้นเกิดความสุขจากความสำเร็จในการทำงาน
2) การแนะแนวอาชีพ
เป็นกระบวนการต่อเนื่องโดยมีขั้นตอนตั้งแต่การช่วยบุคคลให้
:-
2.1
รู้จักตนเองว่าตนมีความถนัด มีความสนใจ มีความสามารถ
บุคลิกภาพเป็นเช่นไร
จะได้เลือกงานได้ถูกต้อง
2.2
รู้จักข้อมูลทางอาชีพอย่างกว้างขวางและแจ่มแจ้งว่า อาชีพต่าง ๆ
มีลักษณะอย่างไร ต้องการคนที่มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
และมีทัศนคติที่ดีต่อ
สัมมาชีพ
2.3
รู้จักตัดสินใจเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับตน โดยพิจารณาโอกาส
ความเป็นไปได้ทั้งด้านคุณสมบัติของตนเองและความต้องการด้านกำลังคนใน
อาชีพนั้น
ๆ
2.4
ได้มีโอกาสศึกษา ฝึกฝน อบรม หรือได้สัมผัสอาชีพนั้น ๆ
ตามความเหมาะสมกับวัย เพื่อให้เกิดทักษะ
ความสามารถที่จะออกไปประกอบอาชีพได้ ทันที หรือในบางกรณี
เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานและเพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับการประกอบอาชีพของตนในอนาคต
โดยมีการศึกษาฝึกฝนเพิ่มเติม
2.5
การแนะแนวอาชีพเป็นกระบวนการที่ต้องการความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย
การจัดบริการแนะแนวอาชีพในสถานศึกษาจำเป็นต้องอาศัยความร่วม
มือจากบุคคลทุกฝ่าย ในสถานศึกษานั้น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนความร่วมมือของชุมชนในท้องถิ่นที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานนั้นตั้งอยู่
จึงจะ
ทำให้งานแนะแนวอาชีพเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลครอบคลุมในทุกด้าน
2.6
การแนะแนวอาชีพเป็นกระบวนการที่มุ่งให้บุคคลตัดสินใจด้วยตนเอง
โดยยึดหลักในเรื่องของการให้บุคคลเป็นผู้กำหนดชีวิตของตน
2.7
มีงานทำหลังจากสำเร็จการศึกษา
ซึ่งจะเป็นอาชีพอิสระหรืออาชีพรับจ้างแล้วแต่กรณี
2.8
ได้รับการดูแลและติดตามผล หลังจากที่จบการศึกษาออกไป ประกอบอาชีพแล้ว
ว่าบุคคลนั้น ๆ มีความสามารถเหมาะสมกับงานเพียงใด สามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับงานได้หรือไม่
ได้ทำงานตรงตามความรู้ความสามารถหรือไม่ เพียงใด
ควรมีการแก้ไขหรือปรับปรุงในด้านใดบ้าง ทั้งนี้ ควรมีโครงการต่อ
เนื่องในการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ระหว่างปฏิบัติงาน (In Service
Training) ด้วย
ประโยชน์ของการแนะแนวอาชีพ
1.
รู้จักเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถของตน เช่น ความถนัด
ความสามารถ ความสนใจ บุคลิกภาพ ความต้องการของตนเอง
เป็นต้น
2. ให้รู้จักโลกของงานอาชีพ
เช่น อาชีพต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ ลักษณะงานของอาชีพ
คุณสมบัติของบุคคลที่จะประกอบอาชีพ หรืองานย่อยในอาชีพ ต่าง ๆ
ความก้าวหน้า รายได้ ความมั่นคง การฝึกอบรมที่จะเข้าสู่อาชีพต่าง
ๆ
3.
ให้รู้จักเตรียมตัวเพื่อประกอบอาชีพ เช่น การเข้ารับการอบรมในอาชีพต่าง
ๆ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในอาชีพนั้น ๆ เช่น การซ่อมคอมพิวเตอร์
การแสวงหางาน การสมัครงาน การเข้ารับการสัมภาษณ์ เป็นต้น

ความสำคัญของการเลือกอาชีพ
เนื่องจากอาชีพมีความสำคัญต่อมนุษย์มากดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
การเลือกประกอบอาชีพจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์เป็นอันมาก
ในสังคมของเรามีอาชีพ มากมายหลายชนิด เช่น อาชีพนักแสดง นักธุรกิจ
และนักวิทยาศาสตร์ เป็นต้น อาชีพแต่ละอาชีพก็มีความแตกต่างกันมาก
อาชีพบางอย่างก็อาจเหมาะสมกับ บุคลิกภาพคนหนึ่ง
แต่ก็อาจมาสอดคล้องกับบุคลิกภาพของอีกคนหนึ่ง
การเลือกประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ ความสนใจ ความถนัดของแต่ละ
บุคคล จึงมีความสำคัญมาก คนที่เลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับตน
ย่อมก่อให้เกิดความเพลิดเพลินและเกิดความสุขในการทำงานและยังมีโอกาสที่
จะประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพมาก ในทางตรงข้าม
ถ้าบุคคลประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองแล้ว
ก็จะเกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน
เนื่องจากคนเราต้องใช้เวลาประกอบอาชีพภายหลังจากการศึกษาเป็นเวลาช้านาน
ซึ่งการที่จะต้องอดทนต่อกิจกรรมที่น่าเบื่อหน่ายเป็นระยะเวลาอันแสนนาน
เช่นนี้ จึงทำให้ชีวิตของคนไม่มีความสุข การประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสม
หรือไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ ความสนใจความถนัด นอกจากมีโอกาสประสบ
ความสำเร็จในการประกอบอาชีพน้อยแล้ว
ยังเป็นการทรมานชีวิตอย่างหนึ่งอีกด้วย
การเลือกประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองยังก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติเป็นอันมากอีกด้วย
ดังนั้น การประกอบอาชีพเกือบทุกชนิดจะต้อง มีการเตรียมตัว คือ
การศึกษาเล่าเรียน อาชีพบางอย่างต้องใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียนหลายปี
จึงควรจะต้องมีการศึกษาการประกอบอาชีพอย่างรอบคอบ